• Chomphoonuj Oranriksuphak

☀️คุยกันวันที่ 6 : มารู้จักกับ ‘Scaffolding’ เทคนิคเริ่มสอนภาษาลูกตัวต่อตัว ช่วง 3 ขวบอัพ แบบเนียนๆ



คุณพ่อคุณแม่บางท่าน อาจจะชินว่าการเรียนภาษาของเด็กที่ได้ผลนั้น คือการไปนั่งเรียนในโรงเรียน เปิดสมุดขึ้นมาคัดคำศัพท์ หรือ เรียนอ่านเขียนไวยากรณ์กันอย่างคร่ำเคร่ง ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว


☝️แต่จริงๆแล้วเราสามารถช่วยลูกนำความรู้ที่ได้จากในห้องเรียนมาต่อยอดเพื่อพัฒนาภาษาให้มีความก้าวหน้ากันต่อที่บ้านได้ด้วยค่ะ ซึ่งเทคนิคการ Scaffolding ที่เล่ามาในวันนี้ ครูพิ้งได้นำมาใช้กับน้องเจสซี่ตั้งแต่เด็กๆ จนถึงจุดนึง ความจำเป็นที่จะต้องช่วยซัพพอร์ตเค้าในการพูดก็จะน้อยลงไปเรื่อยๆ


โดยพบว่า ยิ่งเด็กรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ก็จะยิ่งเกิดความมั่นใจที่จะสื่อสารตอบโต้กับผู้ใหญ่ที่เค้าไว้ใจมากขึ้นเท่านั้น การคุยกันที่ดูธรรมดา แล้วจึงเป็นความไม่ธรรมดาที่จะส่งผลให้เกิดความก้าวหน้าในการพัฒนาภาษาให้กับลูกได้ดีมาก อย่างที่ลูกแทบไม่รู้ตัวเลยค่ะ เทคนิคนี้ ครูพิ้งจึง highly recommend ค่ะ 🥰


========================================


✅ Scaffolding คืออะไร ❓


คำว่า Scaffolding เมื่อแปลตรงตัว ในภาษาไทย จะหมายถึง การใช้ ‘นั่งร้าน’ ในการพยุงโครงสร้างของสิ่งก่อสร้าง


แต่ในมุมของการสอนภาษา นี่คือเทคนิคทรงพลัง ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำ tips ที่ครูพิ้งจะเล่าให้ฟังในวันนี้ มาช่วยพัฒนาภาษาอังกฤษของลูกให้มีความซับซ้อน หลากหลายขึ้น ผ่านการพูดคุยกันในชีวิตประจำวันได้ค่ะ


เมื่อลูกเริ่มรู้จักคำศัพท์ภาษาอังกฤษบ้างแล้ว การที่เค้าจะก้าวต่อไปสู่การเลียนแบบพูดประโยคพื้นๆที่ไม่ซับซ้อน จนถึงมีความสามารถในการเรียบเรียงประโยคได้ด้วยตัวเองนั้น จะเกิดจากโอกาสที่ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ที่จะช่วยเป็นต้นแบบภาษาให้กับเค้าได้เป็นหลัก


Scaffolding จึงสามารถนำมาปรับใช้ในการฝึกภาษาทั้งภาษาที่ 1 และ ภาษาที่ 2 เพื่อเป็นเทคนิคในการพูดคุยที่มุ่งต่อยอดจากคำศัพท์ที่เด็กๆรู้ ไปสู่คำศัพท์และโครงสร้างภาษาใหม่ๆ ที่ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับความเข้าใจของเด็ก ทำให้เด็กๆยังคงเกิดความผ่อนคลายและมั่นใจในการสื่อสาร


::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


✅โดยเราจะสามารถลองใช้เทคนิคของการ Scaffolding ในรูปแบบต่างๆต่อไปนี้ดูได้ค่ะ 👀


สมมติว่าลูกเราพูดคำศัพท์อะไรออกมาซักคำนึงเพื่อต้องการบอกเราว่าเค้าเห็นอะไร หรือ เค้ากำลังจะทำอะไร เราสามารถที่จะ....


1. ช่วยออกเสียงทวนคำศัพท์เดิมให้ชัดขึ้น (tar > yes, a car)


2. พูดทวนซ้ำด้วยคำศัพท์ใหม่ที่มีความหมายเหมือนกัน (milk gone > yes, milk is finished)


3. ทวนคำศัพท์เดิม และ ขยายออกเป็นประโยคที่ยาวขึ้น (yes, milk has all gone > you’ve drunk it all)


4. สอนคำศัพท์ใหม่ๆเพิ่มเติม (Do you know what this is ? It’s a .....)


5. ตั้งคำถามปลายปิด หรือ ปลายเปิด ให้ลูกพยายามตอบ (Why , How, What, .....)


6. เริ่มต้นประโยคให้ลูกจบด้วยคำศัพท์ที่ตัวเองรู้ (In the zoo, you see a ........)


เทคนิค Scaffolding ที่ครูพิ้งกล่าวมานี้ ไม่ได้มุ่งเน้นที่การแก้ไขข้อผิดพลาดที่ลูกพูดในทันที แต่เป็นการช่วยทบทวนสิ่งที่ถูกให้กับลูก ช่วยขยายความอย่างต่อเนื่อง ให้ความสนใจกับหัวข้อที่คุยกันไปเรื่อยๆ บ่อยๆจนถึงจุดนึงเค้าก็จะรู้เองค่ะว่า ควรใช้ภาษาให้ถูกต้องขึ้นอย่างไร


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


🎢 และเพื่อให้เกิดการเรียนรุ้อย่างค่อยเป็นค่อยไปและไม่ทำให้ลูกเราเครียดกับการเรียนรู้ภาษาใหม่ สิ่งที่เราควรจะคำนึงถึงเพิ่มเติมในระหว่างการใช้เทคนิค Scaffolding กับลูก คือ ความเหมาะสมของระดับภาษาที่เราใช้กับลูกในแต่ละช่วงอายุของเค้าด้วยค่ะ


☝️โดยเราอาจจะต้องลองพิจารณาดูด้วยว่า


1. การคุยกันยังอยู่ในระดับความรู้ความเข้าใจที่เหมาะกับวัยของเด็กในเรื่องคุยกับเค้าหรือไม่ ❓


2. เด็กๆมีเข้าใจความหมายของคำศัพท์ใหม่ๆที่เราใช้คุยกับเค้ารึยัง ❓ถ้ายังไม่เข้าใจ มีทางเลือกคือเราสามารถใช้ท่าทางในการช่วยสื่อความหมาย หรือ เราจะแปลด้วยภาษาแม่ตรงๆก็ได้


3. การเลือกใช้ประโยคที่ไม่ซับซ้อนในการคุย และ เลือกประโยคสั้นๆ ได้ผลดีแค่ไหน ❓


4. ความเร็วของการพูด เร็วไปหรือไม่ ❓ และ ได้มีการเว้นจังหวะให้เด็กๆได้ทำความเข้าใจกับข้อมูลใหม่แค่ไหน❓


5. เรามีโอกาสเพิ่มการใช้คำถามปลายเปิดที่ชวนให้เด็กๆพูดโต้ตอบมากกว่าแค่ๆคำเดียว โดยอาจจะเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบที่ยาวหน่อยบ้างหรือไม่ ❓


::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


✅ประโยชน์ที่เด่นชัดของการใช้เทคนิค Scaffolding คือ การช่วยสร้างประสบการณ์ทางภาษาเต็มที่รูปแบบให้กับเด็ก โดยเด็กๆจะได้มีโอกาส สังเกตเห็นคำศัพท์ถูกใช้ในรูปประโยค ไปพร้อมๆกับหลักไวยากรณ์ รวมถึงการได้เรียนรู้ความรู้ใหม่ๆไปพร้อมๆกัน


ก่อนจบโพสนี้ ครูพิ้งขอฝากตัวอย่างการ Scaffolding ให้ทั้งรูปแบบ dialogue และ วีดีโอให้ชมกันดูเป็นไอเดียด้วยนะคะ


============================================


❤️Scaffolding example 1 :

สำหรับตัวอย่างสั้นๆนี้ จะเห็นว่า เรามีโอกาสสอนคำศัพท์ใหม่ๆ ประโยคใหม่ๆ ที่ครูพิ้งเน้นไว้ให้ในระหว่างเล่นกับลูกได้ทุกกิจกรรมค่ะ


Child : Car (taking a blue car out of his pocket) Adult : Oh you’ve got a 🚙 blue car. Child : 🚙 Blue Car. Adult : Look ! There’s 4 wheels ! Be careful ! The 🚦car’s coming. Child : Vroom Vroom - 🚦car coming ! (Child taking the car on a journey in the air) Adult : The 🚀car’s coming fast, watch out ! Child : Vroom Vroom, 🚀 car’s coming fast. Adult : (holding up a hand to stop the car) Stop ! The policeman says ❌STOP ! Child : ❌Stop! Car’s stop stop Adult : Let’s park the car in the 🅿️ garage. Let’s pretend this is your garage.(holding open the child’s pocket) Child : 🅿️ Car garage (closing pocket) car garage


..............................................................


❤️Scaffolding Example 2 :

วีดีโอตัวอย่างของการ Scaffolding ในห้องเรียน ซึ่งเป็นการใช้เทคนิค scaffolding ในภาษาอังกฤษของคุณครูเจ้าของภาษาค่ะ


https://youtu.be/55-SIwjXngI


============================================

🤓Reference lists :

https://ican.org.uk/media/1313/scaffolding.pdf

Introducing English to Young Children : Spoken language (Dunn,2012) Key terms in Second language acquisition (VanPatten and G. Benoit, 2013)


—-

☝️พูดคุยสอบถามเรื่องแคมป์และการฝึกภาษาให้ลูกกับครูพิ้งได้ที่ 📲 0855622879

และติดตามเป็นเพื่อนกับเราได้ที่

Line Official : @pinkenglishcamp https://lin.ee/j2Y0yw4


www.pinkenglishcamp.com


+66855622879

Line Official : @pinkenglishcamp

Pink Training Co.,Ltd
30th Flr. Bhiraj Tower 689 Sukhumvit Rd. Khlong Tom Nuea, Vadhana, Bangkok 10110

©2019 by Pink Training Co.,Ltd