• Chomphoonuj Oranriksuphak

☀️คุยกันวันที่ 2 : มาคุยกับครูพิ้งเรื่องสไตล์ของแคมป์ที่จะจัดให้เด็กๆกันซักนิดค่ะ



🌏1. ความเป็นมาของแคมป์นี้ ❓


- แคมป์นี้เกิดขึ้นจากความประทับใจที่ครูพิ้งได้มีโอกาสพาลูกไปเดินทางฝึกภาษาในหลายๆประเทศแล้วได้ผลดี จากทั้งการดูแลด้วยตัวครูพิ้งและการจัดกิจกรรมให้ลูกเอง เลยอยากจะขยายผลไปสู่การจัดเป็นแคมป์เพื่อช่วยสร้างโอกาสฝึกภาษาอังกฤษกับเด็กๆครอบครัวอื่นๆดูบ้าง


- ที่เลือกสิงคโปร์ก็เพราะพบว่าสิงคโปร์เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน มีความปลอดภัยสูง เดินทางไม่ไกลและเต็มไปด้วยสถานที่เรียนรู้สำหรับเด็กที่มีคุณภาพ ว้าว ระดับโลก


⛺️2. ทำไมถึงเลือกจัดแคมป์เด็กเล็กพาไปต่างประเทศตั้งแต่ 6 ขวบ ❓


- ที่เลือกจัดเพราะคิดมาเยอะมากค่ะว่า มีประโยชน์คุ้มค่าในแง่ประสบการณ์ที่เด็กจะได้ จึงอยากจะลองเริ่มแคมป์ลักษณะนี้กับเด็กตั้งแต่วัยนี้ตั้งแต่ 6 ขวบดู ทั้งๆที่ไม่ค่อยมีคนทำ ซึ่งครูพิ้งเองก็เป็นแม่ที่เข้าใจความห่วงใยของผู้ปกครองท่านอื่น ในขณะเดียวกันก็อยากจะให้ลูกได้มีโอกาสเรียนรู้จากครูที่สามารถช่วยดึงศักยภาพในตัวลูกเราออกมาพัฒนาให้ได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงอยากอาสาตัวเองมาเพื่อช่วยจัดแคมป์นี้ขึ้นให้เพราะเราให้ลูกเรายังไง ลูกคนอื่นก็จะได้ในแบบเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามแคมป์นี้มีช่วงอายุอยู่ระหว่าง 6-12 ปีนะคะ


- ที่ต้องพาเด็กๆไปเองเลยเพราะครูพิ้งมีประสบการณ์เคยเดินทางกับเด็กต่ำ 6 ขวบมาหลายปีค่ะ ซึ่งจะเตรียมการยากกว่าเยอะ เพราะต้องเน้นดูแลการกินอยู่และความปลอดภัยเป็นหลัก แต่พอ 6 ขวบปุ้บ การดูแลระหว่างการเดินทางจะไม่จุกจิกมากเหมือนเด็กวัยอนุบาล เด็กๆจะพูดค่อนข้างรู้เรื่องขึ้น และ มีความอยากรู้อยากเห็นที่ทำให้เราสามารถถ่ายทอดความรู้และแรงบันดาลใจต่างๆที่ดีให้เด็กในวัยนี้ได้ง่ายขึ้น


- จริงๆการฝึกภาษาให้ลูกแบบธรรมชาติสามารถเริ่มได้ตั้งแต่ก่อน 6 ขวบแล้ว ทำให้ครูพิ้งเริ่มออกเดินทางฝึกภาษาตั้งแต่ลูก 3 ขวบ ก็เพราะครูพิ้งเชื่อว่าการฝึกภาษานั้นยิ่งเริ่มเร็วเท่าไหร่ยิ่งสำเร็จง่าย และได้ผลดี ลูกจะได้เห็นความสำคัญของการฝึกภาษาอังกฤษตั้งแต่แรก เพราะว่าโลกใบนี้ไม่ได้มีแต่คนที่พูดภาษาไทย และเมื่ออยู่นอกประเทศไทยกลายเป็นเราต้องใช้ภาษาอังกฤษแทน แต่การเดินทางกับเด็กเล็กมากๆระดับต่ำ 6 ขวบ มีข้อเสียที่พบคือคือสภาพร่างกายเค้าจะยังไม่อึดเท่าไหร่ ส่วนใหญ่มักจะเหนื่อยต้องนอนกลางวัน จึงไม่สามารถพาเด็กๆจากครอบครัวเดินทางโดยไม่มีผู้ปกครองไปด้วยได้สะดวก


- แต่พอพ้นช่วงอนุบาลไป เด็กๆจะมีความพร้อมเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ขึ้น และ สามารถช่วยตัวเองได้ดีขึ้น จึงเป็นโอกาสที่เราจะช่วยฝึกทักษะการใช้ชีวิตให้กับเด็กๆแบบไม่มีคุณพ่อคุณแม่ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือตัวเอง การฝึกลิ้มลองรสชาติอาหารใหม่ๆ การดูแลทรัพย์สิน การเดินทางให้ปลอดภัย พร้อมๆกับการฝึกภาษาไปในตัว


🚸3. นโยบายความปลอดภัยที่เน้นเป็นอย่างไร❓


ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ครูพิ้งคำนึงถึงเหนือเรื่องอื่นๆแน่นอนค่ะ​ โดยเฉพาะกับแคมป์เด็กเล็กแบบนี้ โดย


- ข้อแรก คือเน้นจำนวนผู้ใหญ่ที่ดูแล ครูพิ้งจะจัดให้มีผู้ใหญ่ 4 ท่านต่อเด็ก 8 คน สำหรับการพาเดินทางออกนอกสถานที่ทุกวัน


- ข้อที่สอง คือคัดเลือกสถานที่พักและสถานที่ทำกิจกรรมให้อยู่ในบริเวณที่มีความสงบ ปลอดภัย ไม่พลุกพล่าน อย่างสถานที่ๆเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวบางทีก็จะไม่เลือก เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการพลัดหลงแล้ว ความวุ่นวายของกลุ่มคนก็จะทำให้การฝึกภาษาถูกรบกวนจนไม่ได้ผลดี


- และข้อที่สาม คือเน้นการซักซ้อมการพูดภาษาอังกฤษในสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆเตรียมไว้เลยและเด็กๆจะต้องมีเอกสารที่ระบุชื่อที่อยู่ของตัวเองติดตัวเสมอ


🎯4. แคมป์นี้มีความแตกต่างอย่างไร ❓


- แคมป์นี้ไม่เน้นปริมาณเด็ก แต่จะเน้นการดูแลใกล้ชิดเพื่อให้เด็กๆมีโอกาสฝึกภาษาแบบตัวต่อตัวกับคุณครูเยอะกว่าค่ะ


- แคมป์นี้จัดโดยคุณครูที่เป็นทั้งคุณแม่ด้วย จะมีความเข้าใจในจิตวิทยาการดูแลเด็ก ในขณะเดียวกันก็จะเข้าใจว่ากิจกรรมที่ออกแบบมานั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์ทางภาษาอย่างไร


- แคมป์นี้เน้นความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการเดินทางและการพักอาศัยที่พรีเมียม แต่ก็จะเน้นให้เด็กๆฝึกฝนทักษะชีวิตไปพร้อมๆกับการเรียนรู้โลกและฝึกภาษา


👩‍👩‍👧‍👦5. แคมป์นี้ฝึกภาษาด้วยวิธีไหน และ เด็กจะได้เรียนรู้อะไรบ้าง ❓


- แคมป์นี้จะไม่ได้ให้เด็กๆนั่งเรียนภาษาในห้องเรียน ที่อาจจะทำให้เด็กๆรู้สึกเบื่อ แต่จะเน้นการฝึกฝนการใช้ภาษาตัวต่อตัว และ ผ่านกิจกรรมที่จะต้องได้มีโอกาสพบเจอเพื่อนและครูชาวต่างชาติ การเล่นกีฬา การสำรวจ การทำการทดลอง การใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ใน การฟัง การสัมผัส การมองเห็น การดมกลิ่น ชิมรสชาติ


- แคมป์นี้จะช่วยให้เด็กๆมีโอกาสเรียนรู้ภาษาในแบบที่เหมาะกับตัวเอง บางคนชอบเรียนรู้ผ่านการมองเห็น (Visual) ผ่านการฟัง (Audio) บางคนชอบเรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหว (Kinesthetic) ก่อนจะนำไปสู่การพยายามสื่อสาร (oral communication) ด้วยตัวเอง


- และท้ายที่สุดนะคะ ครูพิ้งหวังให้แคมป์นี้จะช่วยให้เด็กๆได้รับประสบการณ์การใช้ภาษาอังกฤษที่เป็นบวกในสถานการณ์จริงนอกห้องเรียนมากขึ้นและช่วยให้เกิดความสนใจอยากจะพัฒนาภาษาของตัวเองตลอดช่วงเวลาที่อยู่ที่แคมป์จนกลับไปที่บ้านและโรงเรียนต่อไปค่ะ


ทั้งหมดนี้ก็เป็นความคิดริเริ่มใหม่ๆจาก Pink English Camp ที่ครูพิ้งจะขอฝากเป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อเป็นทางเลือกให้กับคุณพ่อคุณแม่ในการตัดสินใจพิจารณาเลือกกิจกรรมช่วงปิดเทอมให้กับเด็กๆในปีนี้ด้วยนะคะ


ยินดีรับฟังข้อคิดเห็นเพิ่มเติมจากทุกๆท่านด้วยเช่นกันค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ ❤️🙏❤️


—-

☝️พูดคุยสอบถามเรื่องแคมป์และการฝึกภาษาให้ลูกกับครูพิ้งได้ที่ 📲 0855622879

และติดตามเป็นเพื่อนกับเราได้ที่

Line Official : @pinkenglishcamp https://lin.ee/j2Y0yw4


www.pinkenglishcamp.com


+66855622879

Line Official : @pinkenglishcamp

Pink Training Co.,Ltd
30th Flr. Bhiraj Tower 689 Sukhumvit Rd. Khlong Tom Nuea, Vadhana, Bangkok 10110

©2019 by Pink Training Co.,Ltd